0

CONNECT WITH US

CALL US 1319

7 เทคนิคประหยัดไฟช่วง Work From Home สำหรับชาวคอนโด

         

          ในช่วงนี้ถึงแม้หลายๆ อย่างจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่เชื่อว่ายังคงมีใครหลายคนที่ยังคงต้อง Work From Home กันอยู่ และในช่วงของการ Work From Home นี้ชาวออฟฟิศส่วนใหญ่ก็คงพักจะพักอาศัยกันอยู่ที่คอนโดมิเนียมของตัวเอง ซึ่งการที่ต้องนั่งทำงานอยู่ในห้องชุดของคอนโดตลอดทั้งวันสำหรับช่วง Work From Home นี้ สิ่งหนึ่งที่ต้องเจอคือ ค่าไฟฟ้าที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นจนน่าตกใจ เพราะไหนจะต้องเปิดใช้เครื่องปรับอากาศเพื่อให้ความเย็นตลอดทั้งวัน เปิดใช้ไฟเพื่อส่องแสงสว่าง และยังต้องใช้คอมพิวเตอร์คู่ใจเพื่อนั่งทำงานอีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเหตุผลที่ทำให้ค่าไฟเพิ่มสูงขึ้น วันนี้เลยอยากจะขอมาแชร์วิธีการประหยัดค่าไฟในช่วง Work From Home สำหรับชาวคอนโดกันค่ะ

 

 

7 เทคนิคประหยัดค่าไฟในช่วง Work From Home สำหรับชาวคอนโด


1. จัดมุมทำงานใหม่ ใช้แสงธรรมชาติ 

การทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์จำเป็นต้องใช้แสงสว่างที่เพียงพอ ดังนั้นเราลองมาเปลี่ยนจากการเปิดไฟ มาจัดมุมที่ทำงานให้อยู่บริเวณหน้าต่างที่มีแสงสว่างส่องถึง รวมทั้งการเปิดม่านเปิดหน้าต่าง จะทำให้มีลมธรรมชาติผ่านเข้ามา นอกจากจะทำให้เย็นขึ้นแล้ว ยังช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกมากขึ้นอีกด้วยค่ะ

 

2. เปิดพัดลม พร้อมกับแอร์ 

การจะเปิดแอร์อย่างไรให้ประหยัดค่าไฟไปด้วยนั้น แนะนำเลยค่ะ ว่าควรเปิดพัดลมควบคู่ไปกับการเปิดแอร์ด้วย จะทำให้ห้องเย็นขึ้นและช่วยประหยัดค่าไฟได้ โดยลองปรับอุณหภูมิไปที่ 25-27 °C แล้วเปิดพัดลมไปพร้อมๆ กัน ความเย็นของพัดลมจะช่วยกระจายลมเย็นให้ไปทั่วห้อง และช่วยลดอุณหภูมิในห้องได้อีก 1-2 °C

 

3. เลือกใช้หลอดไฟ LED 

การใช้โคมไฟหลอด LED แทนการเปิดไฟเพดานในตอนทำงาน จะช่วยให้ประหยัดไฟได้มากขึ้น ในกรณีที่ต้องเปิดไฟเพดานควรเลือกใช้หลอด LED เพราะประหยัดไฟกว่าหลอดธรรมดาทั่วไปถึง 80% (อ้างอิงจาก www.santronled.com) และถึงแม้ราคาหลอด LED จะแพงกว่าหลอดไฟธรรมดา แต่ในระยะยาวจะสามารถประหยัดไฟได้มากกว่า อีกทั้งหลอด LED จะให้ความสว่างได้มากกว่าหลอดไฟธรรมดา และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย...อย่าลืมปิดไฟตอนพักกลางวันด้วยนะคะ    

 

4. ใช้คอมพิวเตอร์แบบประหยัดไฟ    
การปรับแสงจอไม่ให้สว่างจนเกินไป รวมทั้งควรตั้งค่าประหยัดพลังงานเพื่อช่วยประหยัดแบตเตอรี่ หรือ Sleep Mode ในกรณีที่มีการเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งาน จะช่วยประหยัดไฟได้เยอะเลยค่ะ

 

5. ทำความสะอาดและจัดระเบียบตู้เย็น 

ควรจัดระเบียบตู้เย็นให้สะอาด และไม่รก การที่มีของอัดแน่นอยู่ในตู้เย็นมากๆ จะทำให้ตู้เย็นทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า และกินไฟมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคอีกด้วย หมั่นตรวจสอบรอยรั่วที่ขอบยางของตู้เย็น หากรั่วให้รีบเปลี่ยนทันที เพราะความเย็นที่รั่วไหลออกมาจะทำให้เครื่องต้องทำความเย็นเพิ่มขึ้นตลอดเวลา มอเตอร์ทำงานหนักและกินไฟ ที่สำคัญไม่ควรเปิด-ปิดตู้เย็นบ่อยๆ นะคะ

 

6.เลี่ยงการใช้ความร้อนขณะเปิดแอร์

ควรหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำความร้อนในห้องที่เปิดแอร์ เช่น กระติกน้ำร้อน เตารีด เตาปิ้งย่าง สิ่งเหล่านี้ทำให้ความร้อนในห้องเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักมากขึ้น และในทางตรงกันข้าม ถ้าเครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้นเพื่อทำให้อุณหภูมิในห้องเย็นขึ้น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กำลังใช้ความร้อน ก็จะต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการสร้างความร้อนเช่นกัน จึงทำให้เปลืองไฟไปอีกเป็นเท่าตัว  

 

7. ถอดปลั๊กไฟทุกครั้งหลังการใช้งาน

หลายคนอาจคิดว่าแค่ปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลังใช้งานก็เพียงพอแล้ว แต่ความเป็นจริง แม้ว่าเราจะปิดสวิตช์หลังใช้งานไปแล้ว แต่ก็ยังมีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนเพื่อให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา โดยเฉพาะกระทะไฟฟ้า ไมโครเวฟ หรือหม้อหุงข้าว เพราะ อุปกรณ์เหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟค่อนข้างสูงค่ะ ดังนั้นเราควรถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งหลังเลิกใช้งาน นอกจากจะประหยัดไฟแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในบ้านได้อีกด้วย


          7 เทคนิคดังกล่าวนี้ เป็นการช่วยลดค่าไฟฟ้าในช่วง Work From Home สำหรับชาวคอนโดที่ทำตามได้ไม่ยาก ซึ่งไม่เพียงแต่เฉพาะในช่วงของการ Work From Home เท่านั้น หากเราค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจนกลายเป็นนิสัย ก็จะสามารถทำให้ประหยัดค่าไฟในระยะยาวได้มากเลยทีเดียว และนอกจากจะประหยัดไฟเพื่อลดค่าใช้จ่ายของตัวเองแล้ว ยังเป็นการลดใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองอีกด้วยค่ะ

 

บทความโดย : คุณณัฐสินี ศรีธาดาสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการแผนกบริการลูกค้า บริษัท เดอะ บางกอก เรซิเดนซ์ 88 จำกัด

 

ติดตามข้อมูลข่าวสารดีๆทุกสัปดาห์ได้ที่ 
LINE@: http://line.me/ti/p/%40bkkresidence
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokResidence
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokresidence